นางสาวอาภัสรา เทพา

รูปภาพของฉัน
ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน อ่อนน้อม ถ่อมตน สามัคคี มีวินัย ใจสาธารณะ

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

HIJACK DIALER 1


Hijack-Dialer

>>> Hijack <<<


Domain Name Hijacking คือการที่ผู้ใดก็ตามที่ไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริงของโดเมนเนมนั้นๆ ใช้วิธีการทางเทคนิคเพื่อให้ได้มาซึ่งโดเมนเนม ที่พบส่วนใหญ่คือ Hacker จะแฮกอีเมล์ที่เจ้าของโดเมนเดิมขอยื่นจดทะเบียนกับหน่วยงานที่รับจดทะเบียนชื่อโดเมน แล้วทำการปลอมเนื้อความในอีเมล์นั้นโดยแจ้งว่าตัวแฮกเกอร์เป็นนาย ก. หรือ นาย ข. ผู้ที่เคยแจ้งจดทะเบียน http://www.aaaaaaaa.com มีความประสงค์ที่จะขอย้ายผู้รับจดทะเบียน
เมื่อโดเมนเนมถูก Hijack แล้ว พวก Hacker ก็จะนำเอาไปประกาศขาย  Hacker พวกนี้ก็จะมีวิธีการที่แยบยลในการอำพรางตัวหลังจากได้ทำการ Hijack ไปแล้ว เป็นการปลอมอีเมล์ที่ใช้ติดต่อกับผู้รับจดทะเบียนโดเมนเนม ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะใช้อีเมล์จาก hotmail เพราะเข้าใจว่าอยากแก่การตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ส่งข้อความออกมา หลังจากขโมยโดเมนมาได้แล้ว ก็ทำการปิดบังตัวโดยเปลี่ยนอีเมล์เพื่อตัดความเชื่อมโยงระหว่างตัวผู้กระทำผิดกับหลักฐานต่างๆ ซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับเจ้าของผู้ประกอบการในโลกของไซเบอร์สเปซมากพอสมควร ซึ่งต้องเสียเวลาและงบประมาณในการทำให้เว็บไวต์สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ซึ่งในบางรายถึงกับต้องยอมลงทุนซื้อโดเมนนั้นกลับคืนมาจากแฮกเกอร์


การจารกรรมเซสชั่น (Session Hijacking)
เป็นการหนึ่งในการล่อลวงเครื่องคอมพิวเตอร์เป้าหมาย (Host) โดย Attacker จะพยายามเข้าควบคุมการติดต่อสื่อสารแบบ TCP Session ที่เกิดขึ้นระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์เป้าหมายกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ
ในขั้นต้น Attacker จะเลือกว่าจะปลอมตัวเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องไหน เราจะเรียกเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นว่า เหยื่อที่ถูกปลอมแปลง (Impersonated Victim) จากนั้น Attacker จะเริ่มขัดขวางการติดต่อระหว่าง Impersonated Victim กับเครื่องคอมพิวเตอร์เป้าหมายที่ต้องการเจาะระบบ (Target Victim) ซึ่งปกติแล้วจะใช้วิธีการโจมตีแบบ ปฏิเสธการให้บริการ (Denial-of-Service) ไปยังเหยื่อ นั้น เพื่อให้ไม่สามารถตอบสนองการให้บริการต่อเครื่องเป้าหมาย (Target Victim) ได้ จากนั้น Attacker ก็จะเริ่มทำการปลอมตัว โดยการนำหมายเลข IP ของเครื่องเป้าหมายมาใช้หลอกลวงเครื่องอื่น เรียกว่าการทำ IP Address Spoofing และกระทำตนเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น ทำการติดต่อไปยังเครื่องเป้าหมาย (Target Victim) เครื่องอื่นๆ ต่อไป โดยที่เครื่องอื่นไม่ทราบว่ากำลังติดต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ปลอมของ Attacker ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์เป้าหมายเหล่านั้น ก็จะยอมรับ Packet ที่ส่งมาจาก Attacker โดยเข้าใจว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่กำลังติดต่ออยู่จริง
โดยปกติแล้ว หากเป็นการติดต่อบน TCP ก็จะต้องมีหมายเลขลำดับของ Packet เพื่อตรวจสอบความถูกต้องในการติดต่อส่งผ่านข้อมูล สำหรับขั้นตอนนี้ Attacker อาจต้องใช้ ความพยายามในการคาดเดาหมายเลขลำดับนั้น (Sequence Number Guessing) ซึ่งสามารถกระทำได้ไม่ยากนัก และในระบบปฏิบัติการบางระบบก็ใช้หมายเลขลำดับของ Packet ที่ไม่ซับซ้อนนัก เช่น บวกค่า 64K เข้าไปยังค่าเริ่มต้น (Initial Sequence Number) ในการติดต่อสื่อสาร บางระบบก็อาจเป็นระบบกึ่งสุ่ม (Semi-Random) หมายเลขเริ่มต้น ซึ่งอาจต้องใช้ความพยายามเพิ่มเข้าไปอีก แต่จะพบว่า Attacker ส่วนใหญ่สามารถคาดเดาค่าหมายเลขเริ่มต้นได้โดยใช้ความพยายามไม่นานนัก

อย่างไรก็ตาม การทำ Session Hijacking ก็ไม่ใช่หนทางที่ดีที่สุดในการเจาะระบบ ยกตัวอย่าง เช่น หากเครื่องเป้าหมาย (Target Victim) ส่งสัญญาณตอบรับ (Reply) กลับไปยังเครื่องเหยื่อที่ถูกปลอมหมายเลขไอพี (Impersonated Victim) ก็จะทำให้ Attacker ไม่ได้รับ Packet นั้น เพราะถูกส่งไปยังเครื่องเหยื่อโดยตรง และเมื่อเหยื่อได้รับ Packet จากเครื่องเป้าหมายแล้ว ผลที่เกิดขึ้นคือ เครื่องเหยื่อที่ถูกปลอมแปลง จะทราบว่าไม่ได้มีการติดต่อกับเครื่องเป้าหมายมาก่อนหน้านั้น และจะทำการส่งสัญญาณ Reset – RST ไปยังเครื่องเป้าหมาย ซึ่งก็เป็นการจบการติดต่อระหว่างเครื่องเหยื่อที่ถูกปลอมแปลง (Impersonated Victim) กับเครื่องคอมพิวเตอร์เป้าหมาย (Target Victim) ทำให้ Attacker ไม่สามารถแอบแฝงเพื่อเจาะระบบได้อีก
จึงเห็นได้ในที่นี้ว่า Session Hijacking ไม่เหมาะที่จะใช้เจาะระบบการติดต่อสื่อสารที่ใช้ระยะเวลานาน เพราะเป็นการติดต่อสื่อสารในลักษณะทางเดียว (One-Way Communication) ดังนั้น ในการทำ Session Hijacking วิธีที่ Attacker มักกระทำเมื่อเริ่มเจาะระบบได้ คือการพยายามส่ง Attack Packet (Packet โจมตี) เพียง Packet เดียว ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เป้าหมาย (Target Victim) โดย Packet ที่ส่งเข้าไปนั้น จะไปก่อให้เกิดประโยชน์ต่างๆ ในการเจาะระบบแก่ Attacker (เช่น โปรแกรมจำพวก Backdoor) และอาจถึงขนาดที่จะเข้าควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์เป้าหมายได้ในที่สุด
การทำ Session Hijacking อีกลักษณะหนึ่ง คือการแฝงตัวอยู่ระหว่างการติดต่อสื่อสาร ระหว่าง เครื่องเหยื่อที่ถูกปลอมแปลง (Impersonated Victim) กับเครื่องคอมพิวเตอร์เป้าหมาย (Target Victim) และคอยเฝ้าตรวจหรือสังเกตคุณสมบัติในการติดต่อสื่อสาร (Sniffing) ก็อาจทำให้ Attacker สามารถคาดเดา หมายเลขลำดับการติดต่อสื่อสาร (Sequence Number) ได้ของทั้งสองเครื่อง ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว Attacker ก็สามารถที่จะนำไปใช้ในการล่มระบบ (Knock Out) ของเครื่อง Impersonated Victim แล้วปลอมตัวทำการติดต่อกับเครื่องเป้าหมาย (Target Victim) ต่อไป เรียกวิธีการที่กล่าวมานี้ว่า Relay Session Hijacking
Morwill Search เป็น browser hijacker ชนิดหนึ่งที่จะทำการเปลี่ยนหน้า Start page ให้กลายเป็น web site ของมันเองละเริ่มทำการเก็บข้อมูลจากเครื่องcomputer ของคุณจากการ search ต่างๆ
CoolWebSearch (CWS) เป็นอีกหนึ่ง browser hijackersที่ได้ทำการเปลี่ยนหน้า Start page ที่มีอยู่ให้กลายเป็นหน้าของมัน CWS นั้นเมื่อเราได้ทำการ search อะไรไป แล้วจะทำการส่งเราไปหน้าที่มี sponsor link อยู่อย่างมากมาย Antivirus และ antispyware ส่วนใหญ่ไม่มีการจัดการกับbrowser hijackers อย่างเหมาะสม แต่มี Merijn Bellekom ได้พัฒนาโปรแกรมพิเศษที่ใช้กำจัด hijacker ขึ้นมาชื่อโปรแกรมคือ CWShredder



ผู้จัดทำ
http://hkunnaisaymay.blogspot.com/  อาภัสราเทพา
            http://bit2273saowapha.blogspot.com/เสาวภา  กายนิตย์
http://wanaleesodsee2.blogspot.com/ วนาลี สดสี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น