Key Logger
Key Logger ภัยร้ายบนแป้นพิมพ์
Key
Logger คืออาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์ที่รุนแรงมากอย่างหนึ่ง
เพราะผู้ไม่หวังดีจะบันทึกการกดแป้นพิมพ์บนคอมพิวเตอร์ของคุณ
ขโมยข้อมูลทุกอย่างที่อยู่บนเครื่อง ตั้งแต่รหัสผ่านอีเมล รหัสถอนเงินผ่าน e-banking
รหัสซื้อขายหุ้น และความลับทุกอย่างที่คุณพิมพ์บนเครื่องคอมพิวเตอร์
ซึ่งแฮกเกอร์พวกนี้จะนำข้อมูลของคุณไปเพื่อข่มขู่ แบล็กเมล
นำรหัสบัตรเครดิตไปซื้อสินค้า รวมทั้งนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบอื่นๆ
ไม่เพียงแต่องค์กรใหญ่เท่านั้นที่จะเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วย Key
Logger แม้แต่ตัวคุณเองก็มีสิทธิ์ถูกล้วงข้อมูลได้จากคนใกล้ตัว
เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย เจ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่คุณยืมมา
หรือเจ้าของร้านอินเทอร์เน็ตที่คุณไปใช้บริการ เนื่องจาก Key Logger เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ติดตั้งได้ทั้งด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์
ฝังไว้ในแป้นพิมพ์ หรืออาจเป็นซอฟต์แวร์ที่ฝังอยู่ในวินโดวส์
และแพร่กระจายได้พร้อมกับไวรัส ผ่านทางธัมป์ไดรฟ์ ผ่านทางการแชท
หรือผ่านทางอีเมลก็ได้
การป้องกัน Key Logger
Ø ทุกองค์กรควรป้องกัน Key Logger โดยการให้ความรู้และการอบรมพนักงานผู้ใช้คอมพิวเตอร์
เพื่อให้เกิดความระแวดระวังและหมั่นตรวจสอบเครื่องของตน
คอยเฝ้าดูด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์
คอยเฝ้าดูความผิดปกติหรือสิ่งแปลกปลอมบนแป้นพิมพ์
Ø เปลี่ยนมาใช้ Notebook PC แทน Desktop
PC เพราะแป้นพิมพ์ของโน้ตบุ๊กติดตั้งอุปกรณ์ Key Logger ได้ยากกว่า อีกทั้งยังสามารถพกพาติดตัวไปได้ตลอดเวลา จึงลดโอกาสที่ผู้ไม่หวังดีจะแอบมาติดตั้ง
Key Logger บนเครื่องของคุณได้
Ø ควรเพิ่มมาตรการตรวจสอบรหัสผ่านเพิ่มขึ้นชั้นหนึ่ง
แม้โดยปกติเรามีการตรวจสอบด้วย Username และ Password อยู่แล้ว
แต่เพื่อความไม่ประมาทควรมีการตรวจสอบรหัสผ่านโดยใช้ Secure Token, Smart
card หรืออุปกรณ์อื่นอีกชั้นหนึ่ง
และความมีการเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ
เพื่อป้องกันคนร้ายที่ได้รหัสก่อนหน้านี้กลับเข้ามาขโมยข้อมูลได้อีก
Ø ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส สำหรับ Key
Logger แบบซอฟต์แวร์ และป้องกัน Key Logger แบบฮาร์ดแวร์ด้วยการควบคุมการเข้าออกของพนักงาน
เพื่อไม่ให้สามารถลักลอบติดตั้งอุปกรณ์ที่ตัวเครื่องได้
Ø
ควรเพิ่มเมนูแบบ
Drop Down เพื่อทดแทนเมนูแบบที่ต้องพิมพ์
หรือใส่ข้อมูลด้วยการคลิกตัวอักษรบนหน้าจอแทนการพิมพ์ ซึ่ง Key Logger จะไม่สามารถดักจับข้อมูลได้
หรือหากจะป้องกันในระดับ advance ก็สามารถหาซอฟต์แวร์ที่ช่วยตรวจจับ Key Logger มาใช้
ซึ่งสามารถช่วยปิดการติดต่อระหว่าง Key Logger กับคอมพิวเตอร์
และยังช่วยแจ้งเตือนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้โดยอันโนมัติด้วย
แม้ฝ่ายไอทีขององค์กรจะมีหน้าที่คอยดูแลและแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ให้แก่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์
แต่ในความเป็นจริงอาจไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง วิธีที่ดีที่สุดคือ
ให้ความรู้พนักงานได้เข้าใจถึงอันตรายและการป้องกันการโจมตีเหล่านี้ เพื่อให้พนักงานสามารถดูแลตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเองได้
ผู้ไม่หวังดีก็จะเข้ามาขโมยข้อมูลได้ยากลำบากมากขึ้น
Keylogger มีทั้งแบบที่เป็นอุปกรณ์
Hardware หลายแบบหลายรุ่น และเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ Software
ซึ่งเราสามารถหาซื้อมาเป็นเจ้าของได้ง่ายแสนง่ายผ่านทางอินเตอร์เน็ตในราคาที่ไม่แพง
แถมยังมีความสามารถที่น่าตกใจ ส่งข้อมูลผ่านการสื่อสารไร้สายได้ทันที
ตัวอย่าง Keylogger ทั้ง 2 ประเภท
1.
Keylogger
Hardware
อุปกรณ์ Keylogger Hardware นั้นมีมากมายหลายแบบหลายรุ่น
บางรุ่นมีหน่วยความจำในตัวเยอะสามารถบันทึกประวัติการป้อนข้อมูลผ่านคีย์บอร์ดได้มากถึง
2,000,000 คีย์สโตก (ครั้ง)
หรือเทียบเท่าข้อมูลตัวอักษรบนเอกสาร 1,000 หน้า ในขณะที่บางรุ่นสามารถส่งข้อมูลผ่านทางสัญญาณสื่อสารไร้สายได้อีกต่างหาก
เจาะลึกอุปกรณ์
Keylogger Hardware หลายแบบหลายรุ่น อุปกรณ์อันตราย Keylogger Hardware ดักข้อมูลคีย์บอร์ด ติดตั้งง่าย รวดเร็วทันใจ ซื้อได้ไม่แพง
2.
โปรแกรมคอมพิวเตอร์
Keylogger
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ Keylogger ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการสอดส่องดูแล
การใช้งานคอมพิวเตอร์ของลูกหลานหรือลุกจ้างไม่ให้ใช้ไปในทางที่ผิดๆ
มีอยู่มากมายหลายตัวในท้องตลาด แต่ส่วนใหญ่จะทำหน้าที่คล้ายๆ กัน
คือดักจับและบันทึกข้อมูลการกดแป้นพิมพ์และปุ่มต่างๆ
บนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ โดยทำงานอยู่เบื้องหลังของระบบ
ผู้ใช้อาจไม่รู้ตัว
แต่ละโปรแกรมจะต่างกันที่ลูกเล่นความสามารถในการเก็บและอ่านข้อมูลจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ลักษณะต่างๆ
โปรแกรมแอพพลิเคชั่นบางตัวอาจมีฟังก์ชั่น
Keylogger แฝงอยู่ข้างในอีกทีด้วยเหตุผลทางเทคนิคในด้านการวิจัยและพัฒนา
ทำให้โปรแกรม Anti Keylogger หลายตัวไม่สามารถตรวจจับได้
ผู้ใช้เองก็ไม่รู้ตัวว่ากำลังโดนเก็บข้อมูลการใช้งานคอมพิวเตอร์
โปรแกรม Keylogger อีกกลุ่มนึงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในทางร้ายโดยเฉพาะ
ก็คือ ไวรัสคอมพิวเตอร์ประเภท Spyware ที่คนร้ายปล่อยออกมาแพร่ระบาดในอินเตอร์เน็ต
เพื่อฝังตัวลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราแล้วแอบส่งข้อมูลกลับไปให้คนร้ายใช้เจาะระบบสร้างความเสียหายกับตัวเราโดยไม่รู้ตัว
ผู้จัดทำ
http://hkunnaisaymay.blogspot.com/ อาภัสราเทพา
http://bit2273saowapha.blogspot.com/เสาวภา กายนิตย์
http://wanaleesodsee2.blogspot.com/ วนาลี สดสี
ผู้จัดทำ
http://hkunnaisaymay.blogspot.com/ อาภัสราเทพา
http://bit2273saowapha.blogspot.com/เสาวภา กายนิตย์
http://wanaleesodsee2.blogspot.com/ วนาลี สดสี



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น